เมื่อไม่มีใครทำให้กินก็ต้องทำกินเองไม่อร่อยก็ต้องอร่อยง่ะ ก็ทำเองนี่นา..

คนกินไม่ไ่ด้ทำ คนทำนั่งกินอร่อย สรรหาไปเรื่อยวันว่างๆ ในวันหยุดก็ขอนิดนึง อิอิ

เมนูวันนี้ คือ น้ำพริกอ่องแถมด้วย..แกงเขียวหวานไก่ ออกมาแล้วเผ็ดมาก      
 
 
 
 
 

 

 

 

 พริกแกงไม่ได้ตำเองค่ะ ตอนสั่งบอกเค้าว่าขอเผ็ดหน่อย

 พี่แกจัดให้แบบแกมประชด   ใส่2ช้อน เผ็ดเผื่อคราวหน้าเลย^_^

อันนี้ต้องเอาไปปรับปรุง แต่ทรายว่าดีไปอย่าง..

 คราวหน้าลดเหลือช้อนเดียว   เพราะเครื่องแกงร้านนี้เข้มข้น

 ประหยัดดีด้วยแถวนี้หาไรกินยากอ่ะค่ะ   

ก็จำใจก็ต้องหัดทำกับข้าวกินเองกันละล่ะ อิอิ









วันนี้ทรายจะพูดถึง เมนู น้ำพริกอ่อง ก่อนเลยนะคะ

น้ำพริกอ่อง ก็มีเครื่องปรุงไม่มาก ทำกินเองง่ายๆนะคะ เริ่มจาก...      

 

 

 

 

 

1. เนื้อหมูสับ-บดหยาบ
 
2. มะเขือเทศลูกเล็ก

3. เครื่องแกงน้ำพริกอ่อง

4. น้ำตาลปี๊ป

5. น้ำปลา    
 
 
 
 
 
   
 
 
 
 
 6. ผักชี-ต้นหอมหั่นซอย

7. น้ำมันพืช

8. ผักสำหรับกินกับน้ำพริกตามชอบค่ะ    
 
 
 
 
 

 

 

 

(ทรายเลือก แตงกวากับ ถั่วฝักยาว หั่นและลวกเตรียมไว้ค่ะ)       

 

 

 
 
 
 
 
    วิ ธี ทำ . . .

1. ใส่น้ำมันพืชลงไปในกระทะค่ะ พอร้อนใส่เครื่องแกงผัดให้หอมเครื่องพริกแกง

2. ใส่เนื้อหมูบดลงไปผัดกับเครื่องแกงจนเนื้อหมูใกล้สุก

3. ใส่มะเขือเทศที่หั่นเตรียมไว้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ลงไปผัดรวมกับเนื้อหมูจนมะเขือเทศเหลว

4. เติมน้ำปลาลงไปไม่เน้นเค็มนะคะ น้ำพริกอ่อง รสจะออกเปรี้ยวนำหวานนิดนึงค่ะ  
 
 
 
 
 
    
http://images.cybersand.multiply.com/image/3/photos/6/1200x1200/7/03082009061.jpg?et=w4%2CR6BoUNTZ7SYgVnPCpjA&nmid=272569247
 
 
 
 
 
 
 
     5. น้ำตาลปี๊ปใส่ตอนนี้ค่ะ ถ้าใส่ก่อนเนื้อหมูจะรัดตัวตอนผัด
 
ทำให้ดูดซับน้ำตาลมากไป

6. ตักน้ำพริกอ่องใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียวและ ผักชี

7. เสิร์ฟพร้อมกับผักที่เตรียมไว้ทานเป็นเครื่องเคียงค่ะ

เรียบร้อยละค่ะ ก็ได้อาหารหลักทางภาคเหนือมา1ถ้วย
 
ถ้ามีแคปหมูก็ทานร่วมด้วยได้ค่ะ ลำขนาด อิอิ
 
 
 
 
    
 
 
 
 

      
 
 
 
 
 
 
  จากนั้นก็ เริ่มทำเมนูต่อไป แกงเขียวหวานไก่ ค่ะ...เครื่องปรุงที่ใช้คือ

1. เนื้อไก่ ใช้เนื้ออกไก่หั่นเป็นชิ้นๆค่ะ พอประมาน

2. น้ำพริกแกงเขียวหวาน ซื้อสำเร็จยังขยันไม่มากพอที่จะทำเอง ^^

3. กะทิ ก็ต้องกะทิยอดนิยม คู่บ้านคู่เรือนคู่เมืองค่ะ ยี่ห้อ ชาวเกาะ อิอิ

4. มะเขือเปาะ 4-5 ลูกหั่นเป็นซีกแช่น้ำเตรียมไว้   
 
 
 
 
 

 

 

 
 
 
 
       5. มะเขือพวงเล็กน้อย พริกชี้ฟ้าสีแดงเม็ดใหญ่สีแดง 2 เม็ด หั่นแฉลบไว้

6. ใบมะกรูดค่ะ มีนะคะ..แต่ไม่ไ่ด้ใส่ เพราะ... (ลืมค่ะ) อิอิ

7. ใบโหระพาเด็ดยอดและใบ ล้างเตรียมไว้

8. น้ำตาล...ทรายใช้น้ำตาลปี๊ปค่ะ ถ้าน้ำตาลทรายจะหวานแหลมไป

9. น้ำปลาตามชอบ   
 
 
 
 
 

 

 

 
 
 
    วิ ธี ทำ .. เอาแบบคร่าวๆ ง่ายๆนะคะ

1. ตั้งกะทะหรือหม้อ ใส่หัวกะทิ 2-3 ทัพพี ใช้ไฟกลางเคี่ยวให้กะทิิแตกมัน

2. ใส่พริกแกงลงไปผัด พอเริ่มงวดใส่กะทิเพิ่มซัก 2 ทัพพี ผัดให้กะทิแตกมันให้หอมค่ะ

3. ใส่เนื้อไก่ลงไปผัดให้พริกแกงเข้ากันกับเนื้อไก่ ผัดพอไกล้สุกนะคะ

4. เติมหางกะทิ ก็คือส่วนที่เหลือผสมน้ำเล็กน้อย หรือ1:1 ลงไป    
 
 
 
 
 

 

 

 
 
 
   5. พอเริ่มเดือดก็ปรุงด้วย น้ำปลาค่ะ ระวังนิดนึงสำหรับเครื่องแกงที่เราซื้อมา

เพราะร้านเค้าจะใส่เกลือเยอะเพื่อเก็บไว้ขายได้นาน อาจจะเค็มลองชิมก่อนเติมน้ำปลาค่ะ

6. ใส่น้ำตาลปี๊ป ชิมดูรสชาด จากนั้นก็ใส่มะเขือพวงกับมะเขือเปาะที่หั่นเตรียมไว้

(ใส่มะเขือให้ท่วมน้ำแกงนิดนึงนะคะ ไม่งั้นมะเขือจะดำได้..จะไม่น่าทานค่ะ)

7. ปิดเตา ใส่ใบโหระพา กับ พริกชี้ฟ้าแดง ที่หั่นแฉลบเตรียมไว้ คนให้เข้ากัน      
 
 
 
 

 

 

 


   ตักใส่ชาม หรือตักราดข้าวเลยก็ได้ค่ะ อยากสวยก็ตกแต่ง..เล็กน้อย   
 
เสิร์ฟได้เลยคะ ขอให้อร่อยกับอาหารในวันนี้นะคะ

Enjoy Eating ค่ะ ^__^



ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชมค่ะ
 
 
 
   


 
  .................................................................................................................................................................................................
 
 

 

 

http://img42.imageshack.us/img42/9326/si1h.jpg





ถ้าคุณเคย วาดภาพความฝัน ในชีวิตคุณไว้สวยหรู

คุณอาจจะต้องนั่งนึกทบทวนถึงความเป็นไปได้ว่า ...

มาก หรือ น้อย แค่ไหนที่จะทำให้ฝันนั้นเป็นจริง

ความรัก และ ความถูกต้อง

อาจจะเดินสวนทางกันเสมอ ...บางครั้ง เราก็จำเป็น

ที่ต้องทำในสิ่งที่ถูกต้อง มากกว่า ถูกใจ

ถูกคนถูกที่แต่ไม่ถูกเวลา อาจจะเป็นส่วนนึงในชีวิตคุณ


ความรักชีวิตตาม สไตล์ที่อยากจะเป็น หรือ รักในการงาน

รักในคนรอบรอบข้าง อาจไม่มีวันหมดแต่อาจจะน้อยลง

หรือ เพิ่มเติมตามความ " ศรัทธา " ทำวันนี้ และพรุ่งนี้ให้ดีที่สุด

อย่าให้คนที่อยู่รอบตัวเรา รู้สึกหมด ศรัทธาในตัวเรา

เพราะเมื่อถึงวันนั้น คุณจะรู้ว่า เราไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้อีก

ถึงแม้ว่าเค้าเหล่านั้น จะไม่รู้สึกเกลียดหรือชิงชัง แต่มันก็ไม่สามารถ

เรียกความรู้สึกที่ดีๆให้กลับคืนมา ได้เหมือนเก่า ถึงแม้คุณ

จะพยายามมากมายแค่ไหนก็ตาม ทุกอย่างที่คุณพยายามยามทำ

ก็ไม่สามารถการันตีได้ว่า ความศรัทธาในตัวคุณจะกลับมาอีกครั้ง





http://img156.imageshack.us/img156/6639/snady.jpg
 
 
 
 
 
 

" เก้าอี้ไม้ " ตัวนึงที่วันนึงคุณเคยนั่ง ทุกวัน บ่อยๆ

แล้ววันนี้ เพียงแค่คุณโมโห เตะมันกระเด็นไปโดนข้างฝาเข้าอย่างจัง

จนขาหัก แม้ว่าคุณจะพยายามซ่อมแซม ตอกตะปู ทาสี

ให้ดูเหมือนใหม่ คุณจะมั่นใจได้ยังไงว่า เก้าอี้ไม้ตัวนั้น

จะแข็งแรงเหมือนเดิมมันจะเกิดคำถามใน ใจว่า

เมื่อนั่งลงไปแล้ว..ขาเก้าอี้ตัวนั้นจะหักลงไม๊

และ ถ้านั่งไประยะนึง มันจะคลอนแคลงให้ต้องซ่อมอีกรึเปล่า

คุณอาจเคยได้ยินประโยคหนึ่งที่คนเค้าพูดกันบ่อยๆว่า

" แก้วที่มันแตกแล้ว ไม่สามารถกลับมาใหม่เหมือนเดิม"

คุณเข้าใจคำพูดเหล่านั้นไม๊ ...



ก็เฉกเช่นเดียวกับความรู้สึก ของคนเรา เค้าไม่ได้พูด

ก็ไม่ได้แปลว่า เค้าจะไม่คิดหรือ ไม่รู้สึกอะไร....

การห่วง ต่างกับ ความเสน่หา แค่สนใจ แต่กลับไม่ใส่ใจ

รู้สึกเห็นใจ แต่ไม่ลึกซึ้งอะไรเลย ไม่ถึงกับรัก แต่ก็ไม่ได้เกลียด

เข้าใจในความรู้สึก แต่ไม่แคร์ ..รู้สึกสงสาร แต่ก็ถูกมองข้ามไปไม่ใยดี

ความรู้สึกที่ละเอียดอ่อน เหล่านี้ มีเพียงเส้นบางๆ ที่กั้นไว้เท่านั้นคือ...
 
 

.... ค ว า ม ศ รั ท ธ า .....
 
 

ถึงวันที่เราต้องกลับมานั่งทบทวนตัวเอง กันแล้วค่ะว่า

มีบางอย่างในชีวิตเรามันขาดหายไปรึเปล่า เช็คกันดีรึยังว่า คนไกล้ตัวเรา

มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปไม๊ โปรดรักษาความรู้สึกดีๆนั้นไว้

ยามที่เค้าเหล่านั้นยัง ต้องการ..คุณ เพราะมันอาจสายไป เมื่อวันนึง

คุณพบว่า.. เค้าเหล่านั้น "ไม่ต้องการ" คุณแล้ว





http://img147.imageshack.us/img147/8824/3yegf1k.jpg





เมื่อวันนึงที่คุณเริ่มรู้สึกว่า ความศรัทธา ในตัวคุณหมดไป

สำหรับบางสิ่ง หรือบางคนก็ไม่ได้หมายความว่า

คุณจะเป็น " คนไร้ค่า " คุณสามารถเริ่มต้นใหม่ได้

ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตสามารถ เริ่มต้นใหม่ได้เสมอ

เพียงแต่คุณจะมีพลังและกำลังใจ มากน้อยแค่ไหน

ที่จะเริ่มนับหนึ่งใหม่ได้บ่อยๆ

ถ้าคุณมีพลังเหลือเฟือ ก็อย่าสนใจกับอดีตเลยค่ะ

เริ่มต้นใหม่โดยมีอดีตที่เคย เป็นบทเรียนสอนคุณมา

ทำให้คุณเข้มแข็งขึ้น คุณสามารถควบคุม

ให้เกิดความผิดพลาดน้อยลง เพราะคงเป็นไปไม่ได้ที่

ก้าวต่อไป คุณจะไม่ทำอะไรผิดพลาดเลย

แต่อย่างน้อย คุณจะดำเนินชีวิตอย่างมือโปร และมีเสต็ป

เพราะยิ่งคุณเคยผิดพลาดมากเท่าไหร่

คุณจะทำความเข้าใจ และ ระวัง รู้ถึงปัญหา

และจัดการกับเรื่องที่เข้ามาหาคุณได้ดีมาก ขึ้นเท่านั้น

วันนี้ใครบางคนอาจจะมองว่าเราไร้ค่า

แต่ก็ไม่ทุกคนเสมอไปหรอกค่ะ ใครที่คิดว่าตัวเองกำลังไร้ค่า

ลองมองไปรอบๆตัวเรา คนที่พร้อมยอมรับและเข้าใจ

และยังมีใครที่รัก และต้องการเราอีกมากมาย

เริ่มต้นใหม่ได้ กับคนอีกหลายคนที่เห็นคุณค่าในตัวเราที่รอเราอยู่

รู้ ว่าเรื่องยากที่จะทำให้ ภาพในอดีตมันลบเลือนหายไป

มันอาจจะเป็นภาพความหลังที่คอยหลอกหลอนเราอยู่ตลอด

อย่าโกหกตัวเองเลยว่า เราจะลืมมันได้, เราต้องลืมมันให้ได้

เพราะความจริงแล้วเราไม่สามารถลืมได้หรอกค่ะ

เพียงแต่จะลืมช้า หรือ ลืมเร็วแค่นั้นเอง

ขึ้นอยู่กับกาลเวลา และตัวเราเอง






http://img185.imageshack.us/img185/8403/mixs.jpg





จะเอาอะไรกับชีวิตมากมาย เพราะทุกคนต้องเจอ

กับสิ่งเลวร้ายด้วยกันทั้งนั้น ความไม่สมหวัง

หรือ คาดหวังมากไป มันอาจจะกลายเป็นสิ่งที่ทำร้ายเราโดยไม่รู้ตัว

ความจริงกับสิ่งที่เห็น มักไม่เหมือนกันเสมอ

ถ้าวันนี้คุณเจอเรื่องที่ไม่ดี ไม่ว่าจะเกิดเรื่องใดก็ตาม ก็จงคิดว่า..

" สวนดอกไม้ของคุณกำลังถูกบุกรุก "

ก็แค่คุณเดินไปสวนดอกไม้ และเหยียบขี้หมาเข้าเท่านั้นเอง

จะทำยังไง..ก็ล้างมันซะสิคะ จัดการกับพื้นที่ส่วนตัวของคุณ

ให้มันน่าอยู่ ชีวิตมีเรื่องอะไรดีๆอีกเยอะแยะ มากมาย

อยู่ที่เราเลือกเอง คุณอยากมีสวนดอกไม้ที่งดงาม

หรือ จะเป็นกองขี้หมา สำหรับใคร

อยู่ที่คุณเลือกเอง อาจจะเลือกผิดเลือกถูก..

ไม่มีใครรู้ได้ ทรายเองก็ไม่ได้นั่งทางในได้เอง

แค่วันนี้เริ่มต้นเช็ค ตัวเอง ..

แล้วเดินทบทวนสวนดอกไม้ของตัวเองว่า

มีกองขี้หมาตรงไหนรึเปล่า

แล้วสวน ดอกไม้ของคุณล่ะ ยังสวยงดงามอยู่ไม๊ .....
 
 
 

                        Cybersand                        
 
 
 

: : คุณคะ .... !!!! [part #1] : :

posted on 27 Jul 2009 08:22 by cybersand
 

 
http://img149.imageshack.us/img149/4264/img2672h.jpg  
 
 
 
 

 
 
 
 
คุณคะ...คุณต้อง คลิกที่ "หัวใจ" คุณก่อนค่ะ คุณถึงจะอ่านข้อความของดิฉันได้
เพราะถ้าคุณอ่านด้วย สั่งการสมองที่สมเหตุสมผล ดิฉันอาจจะแย่....
คุณอาจจะรู้สึกอยากจะอ๊วก อาเจียร หรือเกิดอาการหมั่นใส้ เป็นได้
เช่นนั้นแล้ว.. ขอความกรุณาอ่านและวิเคราะห์มันด้วย"หัวใจ"
อ่านด้วยทัศนะที่บวกน๊าคะ Keep Positive Thinking ค่ะ ^^
 
 
 
 
  คุณคะ ..

ทราย..ก็เป็นแค่หญิงธรรมดาคนนึง ที่บังเอิญเกิดแล้วก็อยู่ในบ้านหลังใหญ่
ครอบครัวมีสี หลากสีเลยล่ะสีน้ำตาล สีเขียว สีขาว วุ๊ย ..รวมๆกันแล้ว
ลักษณะดูคล้าย จะเป็นสีที่เลอะเทอะน่ะ หลายคนมองว่าดี
แต่แว๊บนึง ..ไม่รู้เหมือนอ่ะรัยเข้าฝันดลใจ
ให้คิดว่า " ยุ่งชิหาย" ขอประทานโทษค่ะ (ไม่สุภาพ) T T

ทราย..ก็ใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้นลากเท้าแตะ  ไม่ได้ใส่เครื่องประดับ
แค่วันไหนต้องไปธุระ ต้องออกบ้านก็สวยนิดนึง โบ๊ะหน้าบางๆ ให้ไม่ดูอุบาท์
Accessories..ก็แค่ต่างหู นาฬิกา เป๋าใบนึง มือถือไว้ติดต่อแค่นั้น
ถ้าวันไหน ไม่ไ่ด้ไปไหน ก็กินข้าวเฝ้าบล๊อกอยู่หน้าคอมฯ เบื่อๆก็แปลงร่าง
เป็น คุณแจ๋วใจดี.. ทำงานบ้านคุณเชื่อมั๊ย ทรายเคย ..ออกมาฉีดน้ำ
เอาไม้กวาดก้านมะพร้าว กวาดหน้าบ้านตอนตี 3 ด้วยค่ะ
ตอนที่ชาวบ้านเค้านอนหลับพริ้ม กำลังฝันดี กำลังเป็นสุข
(หลับตาแล้วนึกถึงเสียงของมันจิ) บรรเทิงโสตประสาทขนาดไหน - -"
แต่โชคดีที่เพื่อนบ้านเอ็นดูรักใคร่ และเข้าใจจึงรอดพ้นเศษรองเท้าไปได้
ไม่มีรัยมากอ่ะค่ะ แค่รู้สึกแบบว่า นอนไม่หลับอยากจะจัดบ้านเก็บกวาด
ทำบ้านกลางดึกซะงั้น ฮึกเหิมๆ แต่ชาวบ้านแถวนั้น คงไม่คิดอย่างนั้น
O_o" อืม.. เดาว่า " อินี่คึกไรฟ๊ะ..สงสัยกำลังดีดแง๋ๆ" ... ฟันธง!!!!
ป๊าววว..เกิดมาไม่เคยคิดยุ่งกับสะสารแปลกปลอมเหล่านี้
แค่จิตใต้สำนึกส่วนที่บกพร่องน้อยนิดอ่ะ..ที่มันดีด
ก็ต้องขออภัย ทรายผิดไปแล้ว อย่า่ด่าทรายน๊า ... YY





http://img140.imageshack.us/img140/8987/sandy051.jpg



คุณคะ...

เมื่อก่อน(ย้ำนะคะว่า เมื่อก่อน) ..เป็นคนที่แร๊งงง!!!
แรงจนคนรอบข้างเห็นแล้วเมินง่ะ คือมะอยากอยู่ไกล้
O-o" เดาเอานะ คล้ายพรายกระซิบบอกเค้าว่า..
อยู่ห่างๆนะ  น่ากลัว ปั่นป่วน คำนวณอารมณ์ไม่ถูก มันบ้าว่ะ
อีกเยอะแยะตาแป๊ะไก๋ ไร้สาระนุกรมยังหาคำจำกัดความไม่ได้
เอาแค่นี้ก็รู้ว่า..คุณเริ่มจะเมินทรายแล้วใช่มั๊ยล่ะ ก็ควรอยู่หรอก
แต่คุณ เชื่อมั๊ยว่า..บ้าๆแรงๆอย่างทราย วันนึงมันก้อเกิดประกาย
เหมือนมีแสงออร่า มาซ่อมแซมจิตสำนึกที่มันแหว่งๆขาดๆ
ให้สมประกอบ (แสดงว่ายังมีบุญเก่า ช่วยหนุนนำ) สาธุๆๆ _/\_

คล้ายๆเหมือน พวกติดยาน่ะ..ที่ต่อให้พูดๆๆ กรอกหูทุกวันว่ามันไม่ดี
ก็ไม่สำเหนียก ต่อให้เจอเหตุการณ์แทบปรางตายก็ไม่รู้สึก
ลากเข้าไปบำบัดให้ตายโหงอยู่เป็นปี ออกมาก็ไปติดอีก
แล้วก็แปลงร่างเป็นพวกนักเลงสารระเหย
ต้องปล่อยให้มันสังเวสตัวเองซะให้พอ
จนวันนึง...มันจะปิ๊ง วิ๊งๆๆๆ ขึ้นมาในกะบาลมันเอง
เอ่อ!!! นี่เรากำลังทำอะไรอยู่? นั่นล่ะค่ะมันจะเกิดจุดเปลี่ยนในชีวิต

ก็เฉกเช่นเดียวกับทรายที่ถึงวันนึง..ก็เกิดคิดได้
จะอารมณ์ขึ้นแบบนั้นไปเพื่ออะไร ?
จะใช้ชีวิตเปลืองๆไปเพื่ออะไร? ใช้เวลา+เงินกับเรื่องไร้สะระ
ให้เกิดประโยชน์อะไร? แล้วทุกอย่างก็ หยุดหมด..
เหมือน หักดิบ หยุด-ใช้มือถือราคาแพง ที่เมื่อเวลามีซีรี่ส์ไหน
ออกใหม่แม่ต้องซื้อหมด หยุด-ปาร์ตี้สังสรรค์ที่ทุกครั้ง
จะต้องมีสายโทรเรียกตลอด หยุด-อหังการบ้าอำนาจ บ้าอีโก้
บอกกับทุกคนที่มีปฎิสัมพันธ์ด้วย ไม่ว่าทางไหนก็ตาม
ว่า.."ข้าฯ มะใช่เมียอธิบดีกรมตำรวจ ไม่ต้องโทรมาแล้ว"
ไม่มีปัญญาช่วยในเรื่องอ่ะรัยอีกต่อไปแล้ว...

หยุด-ใช้รถยนต์ เอาจอดไว้บ้านหันมาใช้รถไฟฟ้า
เรือด่วนแทน  หยุด-การติดต่อจากผู้คนรอบข้าง เว้นแค่เฉพาะ
คนในวงกลมที่อยู่รอบตัวเราแค่4-5 คนและปิดฉากอยู่กับตัวเองเท่านั้น




คุณคะ...

วันนี้ทราย-ทำหัดทำกับข้าวเองค่ะโดยไม่มีครัยมานั่งทำให้แล้ว
ทราย-ตัดเล็บทำเล็บเองโดยที่ไม่ต้องเข้าร้านทำเล็บปลอม..
ที่ต้องเสียเงินแพงๆ แล้วถ้าเผลอหน่อยเดียว แหก !!!!
เวงกำ..เล็บฉีกเสียตังค์อีกแล้วตู ทราย..ซักผ้าด้วยมือเอง
โดยที่ไม่ต้องใช้เครื่องซักผ้าเลย   ทราย-นั่งรถเมล์หรือรถสองแถว
ในระยะเดินทางสั้นๆได้ โดยที่ไม่ต้องพึ่งแท๊กซี่ 
ทราย-รู้จักอดทนกับการรอคอยในเรื่องต่างๆ
ทั้งที่เมื่อก่อน..."รอไปทำไม.."
แค่เพียงรถติดที่บ้าน ว.เปิดสัญญาณไฟเขียวผ่านฉลุย
การทำตัวเหนือมาตรฐานคนอื่น มันบ่มเพาะนิสัยให้แย่ยังงี้นี่เอง..ถุ๊ย!!!
แต่ตอนนี้ บก.2 มันไม่มีความหมายสำหรับเราอีกต่อไปแล้ว

ทราย-ปรับอารมณ์ให้มีสติมากขึ้น เท่าที่จะทำได้ถึงแม้ว่า
จะยังไม่ดีมากนัก แต่ก็สามารถทนได้เมื่อมีใครมาเหวี่ยงใส่หน้า
ในระยะเวลา1-10 วิ โดยไม่สะทกสะท้าน
ไอ้สโลแกน"ดีสุดขั้ว ชั่วสุดตีน" ไม่มีในระบบอีกต่อไป
แม้ว่าจะมีคำถามและเช็คตัวเองตลอดว่า..(ทำไม)
คำตอบคือ ถ้าเราเข้าใจธรรมชาติของคนมากขึ้น
เราก็จะอยู่ในสังคมได้ โดยปราศจากเงื่อนไข เมื่อพยายามมากขึ้นเรื่อยๆ
ก็จะทำให้เรารู้ว่า..เรายังจะต้องเจอบททดสอบอีกมากมาย เชื่อซิ




http://img263.imageshack.us/img263/9550/img2666f.jpg



คุณคะ....

ทรายชอบฟังเพลงตั้งแต่เด็ก แล้วก็ชอบร้องเพลง เคยโดนจับเรียนอิเล็คโทน
ทั้งกีต้าร์แต่ไม่ได้เรื่องเลยซักอย่าง ถนัดร้องมากกว่า..ทรายมีน้องชายคนนึง
ที่โตและอาบน้ำแก้ผ้ามาด้วยกัน และตอนนี้เป็นถึงนักร้อง
และนักแต่งเพลงอยู่เบื้องหลัง นักร้องชั้นนำของวงการเมืองไทย

ค่ะเรากำลังเริ่มเข้าสู่โหมดความทรงจำในอดีต ขอนิดนึง อิอิ
"เต็น" คือชื่อเล่นของน้องคนนี้ ครั้งนึงเมื่อยังเด็ก..ที่ชิงช้าหน้าบ้าน
หลังเลิกเรียน เ็ต็นหิ้วกีต้าร์มาแล้วก็เล่นเพลงร้องเพลง GoodBye Song
ให้ฟังประจำ ต้องฟังแบบโดนบังคับน่ะ.. อืม เพราะนะ
แล้ววันนึงเต็นก็รวมตัวกับเพื่อนๆไปประกวด โค๊กมิวสิคอวอร์ดชนะเลิศได้ที่1
และก็สำเร็จตามความฝันเต็น จนได้ก่อตั้งวง สไมล์บัฟฟาโร่ ขึ้นมา..

จากวันนั้นถึงวันนี้ เต็นเป็นนักร้องเดี่ยวที่แต่งเพลงให้นักร้อง
ของแกรมมี่หลายคน..และเพลงประกอบละครหลายเรื่อง
จนโด่งดังรวมทั้งตัวเอง เค้าล่ะ..ที่อยู่ในความทรงจำในอดีต
 ที่เป็น MyIdol เตือนให้ทรายรู้ว่า..ต้องมีความตั้งใจจริง
และมีเป้าหมาย มีความอดทน  ขยันฝึกฝนและลงมือทำอย่างจริงจัง
อย่าเพียงแค่คิดเท่านั้น จะนำมาซึ่งความสำเร็จ เช่นเค้า...

"   ธีรภัค มณีโชติ   "

ติดตามบทสัมภาษณ์ เต็น ธีรภัค กับอัลบั้มชุด Play It Forward
ที่นำรายได้บริจาคให้กับวัดพระบาทน้ำพุ..ได้ที่ลิงค์ด้านล่างค่ะ
 

: : เธอคิดเหมือนฉันรึเปล่า :    <----  เป็นตัวอย่างเพลง
 
ที่ทรายชอบที่สุดเพลงนึง ที่เต็นทำค่ะ
 เนื้อหาดีทำนองเพราะค่ะ ทรายฟังกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ อิอิ ^_^





คุณคะ......

เมื่อก่อนทรายจำได้ว่าเป็นคนที่ไม่ชอบกินผักเอามากๆ และก็ไม่รู้ทำไม
เมื่อถึงวันที่จะต้องเจอกับวันเริ่มต้นที่จะต้องไปเรียน หรือทำงาน
จะขี้เกียจสุดๆ จนคนในบ้านเรียกอาการเหล่านี้ว่า "โรควันจันทร์" กรั่กๆๆ
แล้วเอ็ฟเฟกของโรคนี้ มันจะกระดี๊กระด๊าเมื่อตอนวันศุกร์
กิ๊บกริ๊ววว..โอลัลล๊าา weekend แล้ววว..~~"

เที่ยวค่ะ..เที่ยววว ทรายชอบถ่ายรูปแต่ไม่มีความรู้เลย
ถ่ายแบบงูๆปลาๆ ทั้งที่คนไกล้ตัวมีความรู้มากมาย
พี่ตุ๋ย หรือ (ตุ๊เหร่) คือ..ชื่อที่ทรายชอบเรียกเค้ามาตั้งแต่เด็ก ^__^
ตุ๊เหร่ มีรถคู่กายอยู่คันนึง คือ ฮาเล่ย์เดวิตสัน
ที่ตอนเด็กๆตุ๊หร่จะจับทรายใส่เรือเล็กๆที่ติดอยู่ข้างๆรถฮาเล่ย์
ขับพาไปเที่ยวรอบพระรูปทรงม้า ไปนั่งปูเสื่อกินเมี่ยงคำ ยามค่ำคืน
ชมวิวแล้วก็ถ่ายรูป ตุ๊เหร่..เรียนถ่ายรูปจบจากประเทศฝรั่งเศษ ฝีมือเจ๋ง
"ไอ้หมาาาาา.." ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเรียกนี้
มันเหมือนเสียงสวรรค์ นึกภาพออกมิคะ ประมานเหมือนน้องหมา
จะได้ไปเที่ยวอ่ะ  "ไอ้หมาาาา..ขึ้นรถ"
แล้วก็โดดตุ๊บขึ้นเรือเล็กๆข้างๆฮาเล่ ทำตาแป๋ว...5555

ที่พี่ตุ๋ยเรียกทราย ไอ้หมา..มันก็มีที่มาคือ
ณ. ตอนนั้นพี่ตุ๋ยมีบ้านเรือนไทยอยู่ที่ สุพรรณState นั่นเอง
เวลาไปก็ไม่ต้องยุ่งยากไม่ต้องทำวีซ่า ไม่ต้องมีพาสปอร์ต
เพียงแค่มีผ้าโพกหัวผืนนึง กับหมวกเก๋ๆที่ใส่แล้วปลอดภัย
มิเช่นนั้น หัวอาจจะฟูฟ่องขณะเดินทางได้ เป็นอุปสรรค์กับการ
นั่งเรือฮาเลย์ ที่ไม่ใช่เรือบินเป็นอย่างยิ่ง หุหุ
เวลาที่ได้ไปเที่ยวไกลๆตามต่างจังหวัด ทรายมีรูปที่ตุเหร่ถ่ายไว้ให้
ตั้งแต่เด็กไม่ว่าจะเป็นฟิมล์สไลด์ ภาพโพโรลอยด์ และขาวดำมากมาย
และนี่คือ สิ่งที่อาจจะทำให้ทรายชอบการถ่ายรูปก็เป็นได้

อ่า..คุณคงมีคำถามล่ะซิ ตุ๊เหร่ คือใคร? แล้วทำไมทรายถึงเรียกว่า ตุ๊เหร่
ที่มาของตุ๊เหร่ คือ.. ทุเรส+ขี้เหร่ นั่นเอง ฮ่าๆ
เพราะพี่ตุ๋ย เป็นคนที่ไม่มีมาด ไม่สมาร์ท ไม่มีฟอร์มอะไรมากมาย
เป็นคนสบายๆเซอร์ๆ ไม่มีแบบฟอร์มการใช้ชีวิตที่วุ่นวาย
ไม่ไ่ด้เนี๊ยบตามแบบฉบับเด็กเรียนโท จบมาจากเมืองนอก
ไม่มีการปรุงแต่งชีวิตด้วยของแบรนด์เนม ไม่เคยมีน้ำหอม
มีแค่ อะไหล่รถฮาเล่ย์ที่เต็มไปด้วยน้ำมันเครื่องเต็มบ้านไปหมด
มีแค่อุดมการณ์ และการใช้ชีวิตอยู่กับ ปัจจุบัน เท่านั้น

ปัจจุบัน คือ..Professor เป็นอาจารย์อยู่คณะศิลปกรรมภาพถ่าย
เวลาร่วมๆเกือบ20ปี มีผู้คนหลายรุ่น หลายชนชั้นที่ผ่านการถูก "ตุ๊เหร่"
ถ่ายทอดให้มีความรู้และการสร้างสรรค์ทางศิลปะ ผ่านเลนส์มากมาย 

"ปรับมุมมองเสริมความคิด ขยายโลกกว้าง คิดนอกกรอบ"

เค้าล่ะ อาจารย์เป็ดที่เด็กๆ มหาวิทยาลัยรังสิต เรียกกัน
Special Thanks. ค่ะ..ขอบคุณที่ให้อะไรดีๆมากมายกับทราย _/\_





คุณคะ....


ยังมีเรื่องอีกเยอะแยะมากมายเลย ที่ทรายอยากถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ
คุณรู้ไม๊คะว่า ทรายไม่เคยเมื่อยและรู้สึก..ล้าเลย ที่ต้องใช้้เวลานานๆ
เพื่อจะคิดถึงเรื่องราวต่างๆ และพิมพ์ออกมาเป็นบทความให้คุณได้อ่านกัน

มันเหมือนเราได้หลับตา แล้วมีความสุขกับการได้นั่งอยู่ในรถ
แล้วท่องเที่ยวไปเจอ เรื่องราวต่างๆ ได้เห็นมุมมองในโลกใบกว้างใบนี้เพิ่มขึ้น
ผ่านมาถึงตอนนี้แล้ว... ทรายเดาไม่ออกค่ะว่า คุณอยากรู้เรื่องราวอะไรอีกบ้าง
แต่มีเพียงสิ่งเดียว สิ่งเดียวจริงๆ ค่ะ
สิ่งที่ทรายอยากรู้ ถ้าเพียงแค่คุณจะสละเวลาตอบทรายได้

" คุณอยากไปนั่งรถเล่นกับทราย..มั๊ยคะ "